วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

[PHAT] OPV Facebook


สวัสดีทุกคน~


เราสุภัทรนะ เห็นเชียร์อัพเรื่องเฟสบุ๊คคราวที่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าวิชา Global ที่อ.อัจฉราให้พรีเซนท์งาน กลุ่มเราก็ทำเฟสบุ๊คเหมือนกัน 555


ตอนแรกก็ตกลงกันว่าจะเอาเรื่องอะไรดี สุดท้ายเลยเลือกทำเฟสบุ๊คนี่แหละ เพราะว่าเป็นเว็บไซต์ที่ใครๆ ก็เล่น


อันนี้เป็น OPV ที่ทำขึ้นมาประกอบการบรรยายนะ ชมพูกับเค้กเป็นคนทำ เรากับแจนทำรายงาน ส่วนเชียร์กับก้อยอยู่คนละกลุ่มกัน 55+



video



เป็นยังไงบ้าง~ เพื่อนเรานี่เก่งจริงๆ 555


ในชั่วโมงก็มีการบรรยายประกอบ ก็จะมีพวกประวัติของมาร์ค ซักเกอร์เบิร์กผู้ก่อตั้ง และประวัติความเป็นมาของเว็บไซต์ชื่อดังแห่งนี้


วันนี้ก็แค่นี้แหละ



วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

[JAN] CG+Doodle in Jan




YOHOWWW~♥

From the very first day of this year... 'til today, I've just noticed that I RARELY drawww

Ahhhhhhhhhhhhhhhhhhhh


(;゚曲゚)(;゚曲゚)(;゚曲゚)(;゚曲゚)(;゚曲゚)(;゚曲゚)


ช่วงนี้รู้สึก วาดรูปน้อยเกินไป แล้วค่ะ!!! นั่นไม่ใช่ปกติวิสัยเราเลย.. Orzz...





Today's entry................ *sigh* ..... I'll post all of my art in this poor January

เอนทรี่วันนี้ ................... *ถอนหายใจ* ..........................ลงรูปในเดือนนี้(ที่มีอยู่น้อยนิด)แล้วกันนะคะ



.

.

.

.




20/01/12


My FA from the manga that .........I........... really ...................!@#%$#%!#$%!#% *//////*

ภาพแรกเป็นแฟนอาร์ตจากมังงะเรื่องนึงค่ะ ..คือแบบว่า ....พีคมากกกกกกกกกกกก *//////*




23/01/12



The Chinese New Year' celebration pic lol .... the two in this pic is my OC named "NOAH" and "ARK"

ฉลองตรุษจีนค่ะ ฮาา ...สองคนในรูปเป็นออริเราเองค่ะ ซ้ายคือ โนอา ส่วนขวา อาร์ค ค่ะ




26/01/12


Here's for Haan Chan's Birthday .... the M.4 girl that drew THIS for me XD

วาดให้วันเกิดห่านจังค่ะ .... ที่วาด ไอ้นี่ ให้เราน่ะ XD




30/01/12


Today's Doodle lol .... kinda delirious.... *////////////*
the girl in this pic is me myself........ but pls, I know it isn't like the real me, it's just an art LOL
(honestly, i like this pic X3)


ดูเดิ้ลวันนี้ค่ะ วาดด้วยอารมณ์เพ้อ อารมณ์รูปเลยเพ้อ 55
อืม... ดูดีๆ ในรูปก็เราเองแหละ แต่ขอเถอะ อย่ามาแซวซะให้ยาก ก็แค่ภาพวาดค่ะ กร๊ากกกกก
(แต่เอาเข้าจริงเราชอบรูปนี้นะ X3)


.

.

.

.


เอนทรี่นี้แค่นี้แหละค่ะ


C YA :D






P.S. 1 夏目友人帳が大好き!!!!!!!!!!!!!!!!!! *//////////////*
P.S.2 夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目夏目 ♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

[JAN] SMOG !!




โป้วเย่~ =▽=~ ♥


วันนี้มาอัพอะไรที่เป็นสาระบ้างดีกว่าเนอะ ฮ่าๆๆ


(งดสองภาษาเน่อ เดี๋ยวจะตายก่อน *ขำ*)




อันเนื่องมาจาก เคยได้ยินคำว่า "สม็อก" มานานแล้วล่ะ ก็เลยหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ


.

.

.



สม็อก (Smog)

มาจากภาษาอังกฤษคำว่า smoke + fog

(smoke = ควัน ; fog = หมอก)



เป็นมลภาวะทางอากาศอย่างหนึ่ง ซึ่งมลพิษจะถูกกักเก็บไว้ในอากาศเนื่องจากปรากฎการณ์เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งมลพิษเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ถ่านหิน น้ำมัน เช่น แก๊ส SO2, NO2 และ O3 ตลอดจนฝุ่นละอองและสารไฮโดรคาร์บอนที่เป็นละอองเล็กๆ



.............สม็อกเป็นปัญหาทางด้านสภาพอากาศที่มักเกิดขึ้นในแหล่งชุมชน ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารมลพิษต่างๆ ที่มีอยู่ในอากาศกับแสงอาทิตย์ก่อให้เกิดเป็นลักษณะของหมอกควันซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ



(1)หมอกควันแบบซัลฟิวรัส (sulfurous smog)

หรือที่เรียกว่า หมอกเทา (gray-air smog) เป็นหมอกควันที่พบมากในบรรดาเมืองอุตสาหกรรมที่มีสภาพอากาศหนาวและมีความชื้นสูง เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน เป็นต้น สาเหตุมาจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มีการใช้ถ่านหินหรือเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ เป็นเชื้อเพลิง แล้วมีการปล่อยของเสียทั้งพวกอนุภาคและแก๊สต่างๆ ออกมาโดยเฉพาะพวกแก๊สซัลเฟอร์ออกไซด์ หมอกควันประเภทนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากในช่วงฤดูหนาว เพราะมีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นและเป็นช่วงที่มีความชื้นสูงอุณหภูมิสูง





(2)หมอกควันแบบโฟโตเคมิเคิล (photochemical smog)

หรือที่เรียกว่าหมอกน้ำตาล (brown-air smog) เป็นหมอกควันที่เกิดจากการปล่อยมลพิษจากเครื่องยนต์ต่างๆ หรือโรงไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และพวกไฮโดรคาร์บอนต่างๆ เมื่อแก๊สเหล่านี้เกิดปฏิกิริยาเคมีกับแสงอาทิตย์ จะก่อให้เกิดมลพิษได้แก่ โอโซน (ozone) เป็นต้น หมอกควันลักษณะนี้มักเกิดในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศอบอุ่นถึงแห้งแก๊ส NO2 ในอากาศ เมื่อถูกแสดงอาทิตย์จะสลายตัวเป็นแก๊ส NO และอะตอมอิสระของออกซิเจน ซึ่งสามารถรวมตัวกับแก๊ส O2 เป็น O3



แก๊ส NO2 ในอากาศ เมื่อถูกแสดงอาทิตย์จะสลายตัวเป็นแก๊ส NO และอะตอมอิสระของออกซิเจน ซึ่งสามารถรวมตัวกับแก๊ส O2 เป็น O3






.

.

.


ตามนั้นเลยค่ะ :D

ก็... รู้ไว้ใช่ว่าเนอะ ฮ่าๆๆ




เอาเป็นว่า




พบกันใหม่เอนทรี่หน้านะคะ


C YA :D





ป.ล.ขอบคุณข้อมูลจาก Thaigoodview มากเลยค่ะ ช่วยได้เยอะเลย XD

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

[Chia]Basketball ;))




ถ้าพูดถึงกีฬาแล้ว เพื่อนๆ ทุกคนก็ต้องมีกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบรึว่าสนใจเป็นพิเศษ ทั้งที่บางคนอาจจะเล่นไม่เป็นแต่ชอบดู เพราะว่าบางครั้งการที่เราดูกีฬาก็สามารถทำให้เรามีความสุข รู้สึกผ่อนคลาย

กีฬาก็มีมากมายหลายประเภท วันนี้จะขอพูดถึงบาสเก็ตบอล เพราะว่าดิฉันชอบเล่นมาก ^0^ เวลาเล่นแล้วรู้สึกดีมากๆ สนุก แล้วก็ยังได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย จนบางครั้งอยากเล่นมาก ขนาดที่ไม่มีเวลาเล่นหรือว่าไม่ใช่เวลาที่สมควรเล่นก็ยังจะต้องไปเล่นให้ได้ เพราะได้เล่นแล้วมันทำให้มีความสุข สบายใจ และะที่สำคัญยังสามารถเป็นกำลังใจกับเราได้ ก็เหมือนกับเวลาที่เราทำอะไรที่เราชอบเราก็จะรู้สึกดี มีแรงที่จะทำมันต่อแล้วก็ทำมันออกมาได้ดีเสมอ... :))))


สำหรับวันนี้ก็มีท่าเท่ห์ๆ ที่พวกนักบาสชอบใช้ในการเล่นกันมาให้ชม ^^"






นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่นักบาสทุกคนให้ความสำคัญกับมันมาก นั้นก็คือรองเท้าของนักบาสนั่นเอง ซึ่งรองเท้าของนักบาสก็จะมีมากมายหลายรูปแบบ เท่ห์ๆ ทั้งนั้น เรามีตัวอย่างมาให้ดูด้วย :p





และเรายังมีการ์ตูนที่เกี่ยวกับบาสเก็ตบอลที่ชื่นชอบด้วย ก็คือ Slamdunk !! ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เกี่ยวกับบาส ก็จะเป็นเรื่องของเด็กนักเรียนที่ชอบเล่นบาส แล้วก็มีการแข่งกันทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน แข่งไปเรื่อยๆ ระหว่างเรื่องก็จะมีความสนุกมากมายในแต่ละนัดการแข่ง การฝึกซ้อม มีตัวเด่นๆ อยู่ประมาณ 4-5 ตัว แล้วตัวที่ชอบมากที่สุดก็คือ ซากุระงิ เบอร์ 10 ฉายา ไอ่หัวแดง 55555 ;PP สำหรับวันนี้ก็มีเรื่องเล่าเพียงเท่านี้ :)))

By ; Thanutra Sumrit M.5/8 No.14

[PHAT] นี่คือนักเรียนไทย คุณเป็นแบบนี่หรือเปล่า ! !










ฮาฮา นะค่ะ 555+

เพราะเราไม่ใช่คนแบบนี้มั้ง

[Chia]อุทกภัย !!!

อุทกภัย คือ ภัยที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีน้ำเป็นสาเหตุ อาจจะเป็นน้ำท่วม น้ำป่า หรืออื่น ๆ โดยปกติ อุทกภัยเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ
ในภาวะที่เกิดน้ำท่วม ควรติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาสม่ำเสมอ เมื่อใดที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลาก จากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลาย ๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้ เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร กระแสน้ำหลากจะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ และพืชไร่ ต้องระวังกระแสน้ำพัดพาไป อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม อย่าลงเล่นน้ำ อาจจะประสพอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้ หลังจากน้ำท่วมจะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค โดยต้มสุกเสียก่อน




ชนิดของอุทกภัย


ภัยธรรมชาติซึ่งเกิดจาก ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีสาเหตุจาก พายุหมุนเขตร้อน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำกำลังแรง และแผ่นดินไหว ทำให้เขื่อนแตก เกิดภัยจากน้ำท่วมได้แบ่งได้ 3 ชนิด

อุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน

น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้ การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย



อุทกภัยจากน้ำท่วมขังและน้ำเอ่อนอง

เกิดจากน้ำในแม่น้ำ ลำธารล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติ ท่วมและแช่ขัง ทำให้การคมนาคมชะงัก เกิดโรคระบาด ทำลายสาธารณูปโภค และพืช ผลการเกษตร

อุทกภัยจากคลื่นซัดฝั่ง

เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้


การป้องกันอุทกภัย

§ ติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา

§ สอบถาม แจ้งสภาวะอากาศร้าย โทร 053-277919 ตลอด 24 ชั่วโมง

§ ฝึกซ้อมการป้องกันภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น

§ เตรียมน้ำดื่ม เครื่องอุปโภค บริโภค ไฟฉาย แบตเตอรี่ วิทยุกระเป๋าหิ้วติดตามข่าวสาร

§ ซ่อมแซมอาคารให้แข็งแรง เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร

§ เตรียมพร้อมเสมอเมื่อได้รับแจ้งให้อพยพไปที่สูง เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และฝนตกหนักต่อเนื่อง

§ ไม่ลงเล่นน้ำ ไม่ขับรถผ่านน้ำหลากแม้อยู่บนถนน ถ้าอยู่ใกล้น้ำ เตรียมเรือเพื่อการคมนาคม

§ หากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ป้องกันโรคราด ระวังเรื่องน้ำและอาหาร ต้องสุก และสะอาดก่อนบริโภค

....และสำหรับประเทศไทบเราก็เพิ่งเกิดอุทกภัยไปเมื่อปีที่แล้ว (2554) ซึ่งประชาชนในหลายพื้นที่ที่โดนน้ำท่วมก็ได้รับความเดือดร้อนกันมากมาย และส่งผลให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างลำบาก แต่พวกเราคนไทยก็ไม่ทิ้งกัน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันจากทุกหน่วยงาน จึงทำให้ประเทศไทยเราสามารถกลับมาเป็นปกติได้ด้วยน้ำใจคนไทยด้วยกัน พวกเราทุกคนก็ควรที่จะศึกษษเกี่ยวกับการป้องกัน และรู้จักมันให้มากขึ้นเพื่อที่เวลาเราประสบเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเองจะได้ปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดความกังวลและตื่นตระหนก ...

Link ;http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%81%

E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2#.E0.B8.AD.E0.B8.B8.E0.B8.97.E0.B8.81.E0.

B8.A0.E0.B8.B1.E0.B8.A2

น.ส.ธนุตรา สัมฤทธิ์ ม.5/8 เลขที่ 14

[PHAT] ภัยอันตรายผู้อาศัยเชิงเขา

                   ซ่าซ่า ซู่ซู่ สูดสูด ... เสียงของฝนตกที่กำลังตกหนักและไม่มีวี่แววว่าจะหยุดตกเมื่อไร ในทันใดนั้นเอง ในบริเวณเชิงเขาเกิดดินถล่มซัดกระหน่ำ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนเป็นอย่างมาก คุณอยากรู้หรือไหมว่าเพราะเหตุใด? ถึงเกิดดินถล่ม

                   ดินถล่ม (Landslide) คือ ปรากฏการณ์ที่ส่วนของพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ดิน ทราย โคลน หรือเศษดิน เศษต้นไม้ไหล เลื่อน เคลื่อน ถล่ม พังทลาย หรือหล่น ลงมาตามที่ลาดเอียง อันเนื่องมาจากแรงดึงดูดของโลก ในขณะที่สภาพส่วนประกอบของชั้นดิน ความชื้นและความชุ่มน้ำในดิน ทำให้เกิดการเสียสมดุล

                   ดินถล่ม เป็นปรากฏการณ์ที่มีมาแต่สร้างโลก อาจเป็นเพียงเล็กน้อยเพียงก้อนหินก้อนเดียวที่ตกหรือหล่นลงมา หรือเศษของดินจำนวนไม่มากที่ไหลลงมา หรืออาจเกิดรุนแรงใหญ่โต เช่น ภูเขาหรือหน้าผา หรือลากเขาพังทลายลงมาก็ได้ และอาจเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือค่อยๆ เป็นไปช้าๆ ก็ได้ จนกว่าจะเกิดความสมดุลใหม่จึงหยุด

                   เนื่องจากในระยะหลังๆ นี้ ดินถล่มปรากฏเป็นข่าวบ่อยมากขึ้น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาเพื่อหาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น

                   สาเหตุของดินถล่ม (Causes of Landslides) เกิดจากกรที่พื้นดินหรือส่วนของพื้นดินเคลื่อน เลื่อน ตกหล่น หรือไหล ลงมาจากที่ลาดชัน หรือลาดเอียงต่างระดับ ตามแรงดึงดูดของโลกในภาวะที่เกิดการเสียสมดุลด้วยเหตุต่างๆ มักพบบ่อยๆ บริเวณภูเขาที่ลาดชัน แต่ความจริงอาจเกิดขึ้นบริเวณฝั่งแม่น้ำ และชายฝั่งทะเลหรือมหาสมุทร แม้กระทั่งใต้มหาสมุทร แบ่งสาเหตุที่อาจทำให้ดินถล่มได้เป็น

1.  สาเหตุตามธรรมชาติ (Natural causes)

      -  ความแข็งแรงของดิน ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของดิน (Soil composition) ว่าเป็น หินหรือ ดิน ประเภทใด มีโครงสร้างหรือมีต้นไม้ประกอบยึดเกาะกันแข็งแรงแค่ไหน มีชั้นดินดานตื้นหรือลึกในลักษณะใด
      -  ที่ที่มีความลาดเอียงมาก (Steep slope)
      -  มีฝนตกมากนานๆ (Prolong heavy rain)
      -  มีหิมะตกมาก (Heavy snowfall)
      -  โครงสร้างของแผ่นดิน (Structure of soil) ความแตกต่างกันของชั้นดินที่น้ำซืมผ่านได้ กับชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้ ที่จะทำให้น้ำขังใต้ดินมากจนดินเหลวบนที่ลาดเอียง ทำให้เกิดการไหลได้
      -  ฤดูกาล (Glacial erosion, rain, drought)
      -  ต้นไม้ถูกทำลายโดยไฟป่าหรือความแล้ง (Vegetation removal by fire or drought)
      -  แผ่นดินไหว (Earthquake)
      -  คลื่น "สึนามิ" (Tsunami)
      -  ภูเขาไฟระเบิด (Volcanic eruption)
      -  การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน (Change in underground water)
      -  การสึกกร่อนของชั้นหินใต้ดิน (Change in underground structure)
      -  การกัดเซาะของฝั่งแม่น้ำ ฝั่งทะเล และไหล่ทวีป (Coastal erosion and change in continental slope)




1.  สาเหตุจากมนุษย์( Human causes )

       -  การขุดดินบริเวณไหล่เขา ลาดเขาหรือเชิงเขา ( Excavation of slpoe or its toe )  เพื่อการเกษตร  หรือทำถนน หรือขยายที่ราบในการพัฒนาที่ดิน  หรือการทำเหมือง ( Mining ) ไม่ว่าบนภูเขาหรือพื้นราบ
       -  การดูดทรายจากแม่น้ำ  หรือบนแผ่นดิน
       -  การขุดดินลึก ๆ ในการก่อสร้างห้องใต้ดินของอาคาร
       -  การบดอัดที่ดินเพื่อการก่อสร้าง  ทำให้เกิดการเคลื่อนของดินในบริเวณใกล้เคียง
       -  การสูบน้ำใต้ดิน  น้ำบาดาล  ที่มากเกินไป  หรือการอัดน้ำลงใต้ดิน ในพื้นที่บางแห่ง
       -  การถมดิน  ก่อสร้าง  เพิ่มน้ำหนัก บนภูเขา  หรือสันเขา ( Loading or building on crest or slope )
       -  การทำลายป่า ( Deforestation )  เพื่อทำไร่ หรือสวนเกษตรกรรม
       -  การทำอ่างเก็บน้ำ ( Reservoir )  นอกจากเป็นการเพิ่มน้ำหนักบนภูเขาแล้ว  ยังทำให้น้ำซึมลงใต้ดินมากจนเกินสมดุล
       -  การเปลี่ยนแปลงทางน้ำธรรมชาติ ( Change the natural stream )  ทำให้ระบบน้ำใต้ดินเสียสมดุล
       -  น้ำทิ้งจากอาคาร  บ้านเรือน  สวนสาธรณะ  ถนน  บนภูเขา ( Water from utilities leakages or or drainages )
       -  การกระเทือนต่าง ๆ เช่นการระเบิดหิน ( Artificial vibration )




ประเภทของดินถล่ม  ( Types of Landslides )

        จากส่วนประกอบของดิน และสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดดินถล่ม ดังกล่าวมาแล้ว  ทำให้ลักษณะของดินถล่มมีรูปแบบต่าง ๆ กัน ดังนี้

1.      การตกหล่น ( Falls ) มักเป็นก้อนหิน( Rock )  หรือ หินก้อนใหญ่ทั้งก้อน ( Boulder ) อาจตกหล่นลงมาโดยตรง ( Free fall )  หรือตกกระดอน ๆ ลงมา ( Bouncing )  หรือกลิ้งลงมา ( Rolling )  และสำหรับกรณีที่หินร่วงตกลงมามาก ๆ เป็นกองใหญ่  เช่นจากภูเขาที่มีน้ำแข็ง  หินที่ตกลงมาจะกองเป็นรูปกรวยคว่ำ ( cone-shape )  เรียกว่า Talus slope

2.      ล้มหรือหกคะเมน ( Topple )  มักเป็นหินที่เป็นแผ่นเป็นแท่งที่แตกและล้มคะเมนลงมา

3.   การคืบ - เคลื่อนไปช้า ๆ  (Creep)   ของดิน หรือหิน   เนื่องจากมีแรงดึงไปน้อย   พอที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ แต่อย่างช้า ๆ มาก ๆ   ซึ่งมี  3 รูปแบบ คือ
   ก.     เคลื่อนตามฤดูกาล ( Seasonal )  ที่มีความชุ่มและอุณหภูมิของดินชั้นล่างพอดีของแรงที่ทำให้เกิดการเคลื่อนได้
   ข.     เคลื่อนอย่างคงที่ตลอดเวลา ( Continuous ) จากแรงตึงมีมีอย่างคงที่
   ค.     เคลื่อนด้วยอัตราเร่ง ( Progressive )  เพราะความลาดชันที่ทำให้แรงเคลื่อนเพิ่มขึ้นตามลำดับ

4.2   Transitional slide   ถ้าพื้นดินชั้นล่างเป็นแผ่นระนาบค่อนข้างเรียบ   พื้นดินข้างบนก็จะเคลื่อนลงมาในแนวขนานกับที่ลาดเอียงนั้น   ทิ้งรอยแยกเป็นร่องไว้ด้านบน
4.1   Rotational slide    เมื่อพื้นชั้นล่างที่ดินแยกตัวเป็นที่ลาดโค้งเว้า  ดินที่จะเคลื่อนลงมาก็จะเคลื่อนโค้งหมุนตัวรอบแกนที่ขวางขนานกับที่ลาดเอียงนั้น หมุนตัวเข้าด้านใน  หากมีต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างอยู่บนนั้น ก็จะเห็นการเอียงเข้าหาด้านบนได้  ส่วนรอยเคลื่อนของผิวดินตรงขอบบนจะเป็นรอยโค้งเว้าขึ้นไปด้านบน  ทิ้งร่องรอยเป็นหน้าผาเว้าที่ชันกว่าเดิม  ส่วนที่พื้นดินด้านล่างลงไปจะมีดินถูกดันโป่งออกมาเป็นหย่อม ๆ ลักษณะคล้ายนิ้วเท้า เรียกว่า Toe   เป็นลักษณะให้สังเกตรู้ได้ว่า ที่ข้างบนขึ้นไปเคยมีดินถล่ม Landslide
ดินที่เคลื่อน แบบนี้  จะมีส่วนที่ยังเกาะเป็นชิ้นเป็นผืนเดียวกัน  เรียกว่า Slump 

5.      การไหล ( Flows )  เกิดจากมีส่วนประกอบของน้ำจำนวนมากและและไหลเร็วลงมาตามที่ลาดชัน  มีหลายแบบ ได้แก่

         5.1         เศษดินทรายและเศษต้นไม้ ( Debris flow )  เป็นเศษชิ้นเล็ก ๆ  และผงขนาดเม็ดทรายที่ไหลมากับน้ำ  พบเห็นบ่อยทั่วไป
         5.2        การถล่มของก้อนหิมะที่ทับถมกันเป็นจำนวนมาก ( Debris avalanche )
         5.3        ดินไหล( Earth flow )  มักเกิดในที่ไม่ลาดชันนัก ที่มีส่วนประกอบเป็นดิน โคลน และก้อนกรวดเล็ก ๆ ในบริเวณที่ชุ่มน้ำมากจนเป็นส่วนผสมที่เหลวจนไหลได้  จึงไหวลงมาเป็นทางแคบ ๆ  มากองอยู่ในที่ต่ำลงมา    ทิ้งร่องรอยที่เดิมเป็นแอ่ง  ทำให้เป็นรูปคล้ายนาฬิกาทราย
        5.4        โคลนไหล ( Mudflow )  เกิดเช่นเดียวกับข้อก่อน  แต่มีส่วนผสมเป็นโคลนและทรายและน้ำ  ซึ่งในบางครั้งน้ำโคลนที่ขังอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมากอาจทะลักและไหลออกมาอย่างรวดเร็วเป็นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ( Torrent ) สามารถไหลไปได้ไกล  ลงไปท่วมในที่ต่ำข้างล่างได้  และหากท่วมเข้าไปในหมู่บ้านหรือเมืองบริเวณเชิงเขา  จะทำให้ผู้คนเสียชีวิตได้มาก เพราะหนีออกจากน้ำโคลนได้ยาก   ส่วนโคลนร้อนที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟ  เรียกว่า  Lahar

6.   การเคลื่อนแผ่ออกไปด้านข้าง( Lateral  spreading )  เกิดในที่ลาดชันน้อยหรือที่ราบ เนื่องจากมีความชุ่มน้ำมากจนพื้นดินเริ่มเหลวตัว ( Liquefaction )  พื้นดินไม่มีแรงพอที่จะเกาะกุมกัน  จึงแผ่ตัวออกไปทางข้าง ๆ    และบางครั้งตรงขอบบนของที่ลาดเอียงเล็กน้อยนั้น อาจเกิดรอยแยกของดิน  หรือตรงด้านข้างอาจเกิดการหมุนตัวของแผ่นดิน หรือในที่ลาดเอียงบางแห่งจะมีการเคลื่อนเร็วขึ้น จนเป็นดินเลื่อน หรือดินไหลได้




                สำหรับข่าวดินถล่มในประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งใหญ่ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 โดยสาเหตุองดินถล่มน่าจะมาจากอุทกภัย และผลกระทบจากดินถล่มยังสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง



                เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 กรมทางหลวงชนบทสรุปความเสียหาย พบว่ามีถนนเสียหายใน 7 จังหวัด ไม่สามารถสัญจรได้ 17 สายทาง ประเมินความเสียหายเบื้องต้นนับ 650 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2554 ศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทยสรุปยอดผู้เสียชีวิต 64 รายแบ่งเป็น จังหวัดนครศรีธรรมราช 26 ราย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 15 ราย จังหวัดพัทลุง 5 ราย จังหวัดกระบี่ 12 ราย จังหวัดตรัง 2 ราย จังหวัดชุมพร 3 ราย จังหวัดพังงา 1 ราย








ขอขอบคุณที่มา : http://www.siamvolunteer.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=9&auto_id=7&TopicPk=

by :  น.ส.สุภัทร     วัฒนธีรานนท์  ชั้น ม.5/8   เลขที่  31

[Goiz] องศาที่เปลี่ยนไปกับภัยธรรมชาติ

อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นทุกวัน ก็เพราะการทำลายของมนุษย์เพื่อการดำรงชีวิตที่สะดวกสบายโดยไม่สนใจเลยว่าเรากำลังทำลายธรรมชาติทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกที ผลของการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติสักวันหนึ่งก็จะย้อนกลับมาทำลายมนุษย์
    
      โลกของเราร้อนขึ้นทุกวันๆ สังเกตง่ายๆจากอุณหภูมิของอากาศที่นับวันยิ่งสูงขึ้น หากเรายังทำลายโลกอย่างไม่หยุดสิ้นอุณภูมิโลกก็คงจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นบนโลก

ลำดับหายนะ
-- 1 องศา --
- มหาสมุทรอาร์กติกจะปราศจากน้ำแข็งเป็นเวลา 6 เดือน ปิดเส้นทางเดินเรือ "นอร์ทเวสต์ พาสสาจ" เส้นทางเชื่อมระหว่างยุโรปและเอเชีย ซึ่งเคยสร้างตำนานแห่งการผจญภัยให้นักบุกเบิกเผชิญหน้ากับความตาย ขณะพยายามแล่นเรือฝ่าแผ่นน้ำแข็ง และสภาพอากาศเลวร้ายอันแสนหนาวเหน็บมานักต่อนัก
- กระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้หลายพันครัวเรือนบริเวณอ่าวเบงกอลจมหายอยู่ใต้น้ำ
- พายุเฮอริเคนอาจเข้าโจมตีมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้
- เกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรงทางภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ตลาดขาดแคลนข้าวและเนื้อสัตว์
- พื้นที่ด้านฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา จะแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทราย
- วิถีเกษตรกรรมในประเทศอังกฤษจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ไร่องุ่นกว่า 400 แห่ง แหล่งผลิตไวน์รสเลิศจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น







-- 2 องศา -- - ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ค่อยๆ ละลายหายไป "จาคอบชวาน" ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดของกรีนแลนด์ กลายเป็นธารน้ำแข็งที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในโลก 
- เมื่อน้ำแข็งในทะเลลดน้อยลง หมีขั้วโลกเหนือจะตกอยู่ในสภาวะอันตรายและถึงขั้นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
- แมลงอาจอพยพไปพื้นที่ใหม่ๆ เช่น ด้วงสนอาจทำลายป่าไม้ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา
- ขั้วโลกเหนือของประเทศแคนาดา บริเวณพื้นราบจะมีป่าไม้จากเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อน
- ประเทศตูวาลูในหมู่เกาะแปซิฟิก อาจจมอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
- ระบบนิเวศทางทะเลจะเกิดผลกระทบรุนแรง ทำให้ปะการังเขตร้อนตายหมดสิ้น




-- 3 องศา -- - ป่าอะเมซอนจะแห้งเหือดและเกิดไฟป่าซ้ำซาก ทำให้ผืนป่าอะเมซอนเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ตัวการโลกร้อนหลายร้อยตันสู่ชั้นบรรยากาศโลก
- ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์ละลายจนหมดสิ้น
- ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในฝั่งทวีปยุโรปจะแห้งเหือดในฤดูร้อน
- ปรากฏการณ์เอลนีโญ่จะทวีความรุนแรง เกิดสภาวะอากาศวิปริตแปรปรวน
- พายุเฮอริเคนจะทวีความรุนแรงเป็นระดับ 6 ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ 
- เมื่อโลกร้อนขึ้นอีก 3 องศาเซลเซียส นักวิทยาศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่า จะเกิดผลกระทบต่อการใช้
ชีวิตของมนุษย์




-- 4 องศา --  - แผ่นน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติกตะวันตก อาจละลายและจมหายไปในทะเล ส่งผลให้ระดับน้ำในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้น เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้ประเทศต่างๆ ได้รับความเสียหาย เช่น บังกลาเทศ และอียิปต์ ส่วนเมืองเวนิสทั้งเมืองอาจจมอยู่ใต้บาดาล
- แม่น้ำคงคาสายน้ำแห่งชีวิตของคนกว่าพันล้านคนในประเทศจีน เนปาล และอินเดีย จะเอ่อล้นท่วมครั้งยิ่งใหญ่ และจากผลพวงการละลายของธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ที่คาดว่าจะละลายหมดในปี 2578 จะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ อาหาร และที่อยู่อาศัยตามมา
- ประเทศแคนาดาทางตอนเหนือจะกลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


-- 5 องศา-- - แผ่นดินที่ไม่เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ทางตอนเหนือและใต้ของโลก จะกลายเป็นเขตอบอุ่น และกลายเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในอนาคต
- มหานครของโลก เช่น ลอสแองเจลิส กรุงไคโร ลิมา และบอมเบย์ ที่เคยปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งบางช่วงเวลาจะไม่มีหิมะตกอีกต่อไป
- ผู้คนหลายสิบล้านคนจะกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัย อันเนื่องมาจากสภาพอากาศและความขัดแย้ง อันเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ
-- 6 องศา -- - โลกของเราจะมีสภาพคล้ายคลึงกับยุคครีเตเซียส ซึ่งโลกมีอุณหภูมิสูงมาก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 65-144 ล้านปีก่อน 
- น้ำทะเลมีสีฟ้าใส เพราะไม่หลงเหลือวงจรห่วงโซ่อาหาร และสารอาหารในทะเลอีกแล้ว
- ทะเลทรายจะเข้ายึดครองพื้นที่ในทวีปต่างๆ ทั่วโลก
- ภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายเป็นเรื่องปกติ เมืองใหญ่ๆ เกิดภาวะอุทกภัยจนผู้คนต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน 










เมื่อเวลานั้นมาถึง...มนุษย์โลกจะเผชิญชะตากรรมอย่างไร!!
โลกอยู่ในมือของคุณแล้วถ้าคุณยังคงทำลายโลกต่อไปเรื่อยๆภาพต่างๆที่เห็นคงเิกิดขึ้นในไม่ช้า 
เราคงไม่สามารถหยุดได้ แต่เราก็สามารถชะลอการเิกิดความรุนแรงต่างๆได้